5 วิธีฝึกความจำสำหรับพ่อแม่วัย 60-70 ที่ทำได้ง่ายทุกวัน
อัพเดทล่าสุด: 12 มี.ค. 2026
10 ผู้เข้าชม

5 วิธีฝึกความจำสำหรับพ่อแม่วัย 60-70 ที่ทำได้ง่ายทุกวัน
เมื่อพ่อแม่เข้าสู่วัย 60 ปีขึ้นไป หลายคนเริ่มรู้สึกว่า
จำชื่อคนยากขึ้น / ลืมของบ่อย หรือคิดอะไรไม่ทันเหมือนเดิม
แต่ความจริงคือ สมองของผู้สูงวัยยังสามารถพัฒนาและฝึกได้เสมอ
งานวิจัยด้านสมองพบว่า หากสมองได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยชะลอการเสื่อมของความจำ และลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมในอนาคตได้
ข่าวดีคือ…
การฝึกสมองไม่จำเป็นต้องยากหรือใช้เวลานาน
เพียงปรับกิจกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ก็ช่วยให้สมองยังคงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้
ต่อไปนี้คือ 5 วิธีฝึกความจำที่ผู้สูงวัยสามารถทำได้ทุกวัน
1. เล่นเกมฝึกสมองวันละ 10 นาที
กิจกรรมง่าย ๆ เช่น
การฝึกสมองเพียง 10–15 นาทีต่อวัน สามารถช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมองได้
2. ฝึกจำสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว
วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยกระตุ้นสมองคือ ลองให้พ่อแม่ฝึกจำสิ่งเหล่านี้ ตัวอย่าง
จำ “มะม่วง” → นึกถึงต้นไม้
จำ “ไข่” → นึกถึงตู้เย็น
วิธีนี้ช่วยให้สมองสร้าง Memory association ทำให้จำได้นานขึ้น
3. เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ
หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสมองคือ การเรียนรู้สิ่งใหม่ ตัวอย่างกิจกรรม เช่น
ซึ่งช่วยให้สมองยังคงยืดหยุ่นและทำงานได้ดีในวัยสูงอายุ
4. อ่านหนังสือหรือเล่าเรื่องให้กันฟัง
กิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นสมองได้ดีคือ
Insight ที่น่าสนใจ การเล่าเรื่องความทรงจำในอดีตช่วยกระตุ้นสมองส่วนที่เกี่ยวกับ Emotional memory
ทำให้ผู้สูงวัยรู้สึกมีคุณค่าและมีความสุขมากขึ้น
5. ออกกำลังกายเบา ๆ เป็นประจำ
หลายคนไม่รู้ว่า การออกกำลังกายช่วยให้ความจำดีขึ้น เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วย
สิ่งสำคัญที่ลูก ๆ ควรรู้ การฝึกสมองไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความจำเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พ่อแม่
รู้สึกมีคุณค่า มีความสุขกับชีวิตประจำวัน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
กิจกรรมที่ดีที่สุดสำหรับสมอง คือการได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายทุกวัน
เมื่อพ่อแม่เข้าสู่วัย 60 ปีขึ้นไป หลายคนเริ่มรู้สึกว่า
จำชื่อคนยากขึ้น / ลืมของบ่อย หรือคิดอะไรไม่ทันเหมือนเดิม
แต่ความจริงคือ สมองของผู้สูงวัยยังสามารถพัฒนาและฝึกได้เสมอ
งานวิจัยด้านสมองพบว่า หากสมองได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยชะลอการเสื่อมของความจำ และลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมในอนาคตได้
ข่าวดีคือ…
การฝึกสมองไม่จำเป็นต้องยากหรือใช้เวลานาน
เพียงปรับกิจกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ก็ช่วยให้สมองยังคงทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้
ต่อไปนี้คือ 5 วิธีฝึกความจำที่ผู้สูงวัยสามารถทำได้ทุกวัน
1. เล่นเกมฝึกสมองวันละ 10 นาที
กิจกรรมง่าย ๆ เช่น
- เกมคำศัพท์
- ปริศนาอักษรไขว้
- Sudoku
- เกมจับคู่ภาพ
การฝึกสมองเพียง 10–15 นาทีต่อวัน สามารถช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมองได้
2. ฝึกจำสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว
วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยกระตุ้นสมองคือ ลองให้พ่อแม่ฝึกจำสิ่งเหล่านี้ ตัวอย่าง
- จำรายการซื้อของ 5 อย่างก่อนออกจากบ้าน
- จำเบอร์โทรศัพท์ลูกหลาน
- จำชื่อเพื่อนบ้านใหม่
จำ “มะม่วง” → นึกถึงต้นไม้
จำ “ไข่” → นึกถึงตู้เย็น
วิธีนี้ช่วยให้สมองสร้าง Memory association ทำให้จำได้นานขึ้น
3. เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ
หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสมองคือ การเรียนรู้สิ่งใหม่ ตัวอย่างกิจกรรม เช่น
- เรียนทำอาหารเมนูใหม่
- เรียนปลูกต้นไม้
- ฝึกใช้สมาร์ตโฟน
- เรียนภาษาใหม่
ซึ่งช่วยให้สมองยังคงยืดหยุ่นและทำงานได้ดีในวัยสูงอายุ
4. อ่านหนังสือหรือเล่าเรื่องให้กันฟัง
กิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นสมองได้ดีคือ
- อ่านหนังสือ
- อ่านข่าว
- หรือเล่าเรื่องในอดีตให้ลูกหลานฟัง
Insight ที่น่าสนใจ การเล่าเรื่องความทรงจำในอดีตช่วยกระตุ้นสมองส่วนที่เกี่ยวกับ Emotional memory
ทำให้ผู้สูงวัยรู้สึกมีคุณค่าและมีความสุขมากขึ้น
5. ออกกำลังกายเบา ๆ เป็นประจำ
หลายคนไม่รู้ว่า การออกกำลังกายช่วยให้ความจำดีขึ้น เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วย
- เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปสมอง
- เพิ่มออกซิเจนให้เซลล์สมอง
- กระตุ้นการสร้างเซลล์สมองใหม่
- เดินเร็ว
- โยคะ
- ไทเก็ก
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
สิ่งสำคัญที่ลูก ๆ ควรรู้ การฝึกสมองไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความจำเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พ่อแม่
รู้สึกมีคุณค่า มีความสุขกับชีวิตประจำวัน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
กิจกรรมที่ดีที่สุดสำหรับสมอง คือการได้ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายทุกวัน


