ถ้าพ่อแม่เริ่มดูแลตัวเองไม่ได้ ควรจ้างผู้ดูแล หรือส่งศูนย์ดูแลดี?
อัพเดทล่าสุด: 12 มี.ค. 2026
185 ผู้เข้าชม

ถ้าพ่อแม่เริ่มดูแลตัวเองไม่ได้ ควรจ้างผู้ดูแล หรือส่งศูนย์ดูแลดี?
เมื่อพ่อแม่เริ่มมีอายุที่เยอะขึ้น หลายครอบครัวจะเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่าง
ควรจ้างผู้ดูแลที่บ้าน หรือส่งไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home / Day Care)?
จริง ๆ แล้วทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน
ทางเลือกที่ 1 : จ้างผู้ดูแล (Caregiver) ที่บ้าน
เหมาะกับผู้สูงอายุที่
✔ พ่อแม่อยู่ในบ้านที่คุ้นเคย
✔ ลดความเครียดจากการเปลี่ยนสถานที่
✔ ครอบครัวสามารถแวะมาหาได้ง่าย
✔ เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยัง Active
ข้อจำกัด
✖ ค่าใช้จ่ายระยะยาวค่อนข้างสูง
✖ ต้องคัดเลือกผู้ดูแลให้เหมาะสม
✖ หากมีภาวะโรครุนแรง ผู้ดูแลทั่วไปอาจไม่พอ
โดยทั่วไปผู้ดูแลจะช่วยเรื่อง
ทางเลือกที่ 2 : ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Senior Care / Nursing Home)
เหมาะกับผู้สูงอายุที่
✔ มีพยาบาลดูแล
✔ มีอุปกรณ์ทางการแพทย์
✔ มีการทำกายภาพบำบัด
✔ มีกิจกรรมร่วมกับผู้สูงอายุคนอื่น
ข้อจำกัด
✖ พ่อแม่บางคนรู้สึกเหมือนถูกส่งไปอยู่ที่อื่น
✖ ต้องปรับตัวกับสถานที่ใหม่
✖ ครอบครัวต้องเลือกศูนย์ที่มีมาตรฐานจริง
ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุแนะนำว่า ช่วงแรกควรเริ่มจากการดูแลที่บ้านก่อน เพราะผู้สูงอายุจำนวนมากมีภาวะที่เรียกว่า Relocation Stress Syndrome คือความเครียดจากการย้ายที่อยู่ ซึ่งอาจทำให้
วิธีตัดสินใจง่าย ๆ สำหรับลูก
ให้ลองถาม 3 คำถามนี้
1. พ่อแม่ยังเดินเองได้ไหม
ได้ → ผู้ดูแลที่บ้าน
ไม่ได้ → ศูนย์ดูแลอาจเหมาะกว่า
2. ต้องดูแล 24 ชั่วโมงหรือไม่
ไม่ → ผู้ดูแลรายวัน
ใช่ → ศูนย์ดูแล
3. พ่อแม่รู้สึกอย่างไร
ความรู้สึกของพ่อแม่สำคัญที่สุด บางคนอยากอยู่บ้าน บางคนอยากมีเพื่อนในศูนย์ดูแล
แนวทางที่ดีที่สุด (Hybrid Model) ปัจจุบันหลายครอบครัวเลือกวิธีนี้
มีผู้ดูแลที่บ้านพา และพ่อแม่ไป Day Care Center สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
เพื่อให้พ่อแม่ได้เจอเพื่อนมีกิจกรรม ไม่เหงา
สิ่งสำคัญที่สุดที่ลูกควรรู้
ผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการแค่ “การดูแล”
แต่ต้องการความรู้สึกมีคุณค่า และการมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว
เมื่อพ่อแม่เริ่มมีอายุที่เยอะขึ้น หลายครอบครัวจะเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่าง
- เดินไม่ค่อยมั่นคง
- ลืมทานยา
- ทำอาหารเองไม่ไหว
- เหงา หรืออยู่บ้านคนเดียวบ่อย
ควรจ้างผู้ดูแลที่บ้าน หรือส่งไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home / Day Care)?
จริง ๆ แล้วทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน
ทางเลือกที่ 1 : จ้างผู้ดูแล (Caregiver) ที่บ้าน
เหมาะกับผู้สูงอายุที่
- ยังเดินได้
- ยังช่วยเหลือตัวเองบางอย่างได้
- ยังอยากอยู่บ้านเดิม
✔ พ่อแม่อยู่ในบ้านที่คุ้นเคย
✔ ลดความเครียดจากการเปลี่ยนสถานที่
✔ ครอบครัวสามารถแวะมาหาได้ง่าย
✔ เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยัง Active
ข้อจำกัด
✖ ค่าใช้จ่ายระยะยาวค่อนข้างสูง
✖ ต้องคัดเลือกผู้ดูแลให้เหมาะสม
✖ หากมีภาวะโรครุนแรง ผู้ดูแลทั่วไปอาจไม่พอ
โดยทั่วไปผู้ดูแลจะช่วยเรื่อง
- อาบน้ำ
- เตรียมอาหาร
- เตือนทานยา
- พาเดินออกกำลังกาย
- อยู่เป็นเพื่อน
ทางเลือกที่ 2 : ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Senior Care / Nursing Home)
เหมาะกับผู้สูงอายุที่
- ต้องดูแล 24 ชั่วโมง
- มีโรคเรื้อรัง
- เสี่ยงล้ม
- ต้องการการดูแลทางการแพทย์
✔ มีพยาบาลดูแล
✔ มีอุปกรณ์ทางการแพทย์
✔ มีการทำกายภาพบำบัด
✔ มีกิจกรรมร่วมกับผู้สูงอายุคนอื่น
ข้อจำกัด
✖ พ่อแม่บางคนรู้สึกเหมือนถูกส่งไปอยู่ที่อื่น
✖ ต้องปรับตัวกับสถานที่ใหม่
✖ ครอบครัวต้องเลือกศูนย์ที่มีมาตรฐานจริง
ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุแนะนำว่า ช่วงแรกควรเริ่มจากการดูแลที่บ้านก่อน เพราะผู้สูงอายุจำนวนมากมีภาวะที่เรียกว่า Relocation Stress Syndrome คือความเครียดจากการย้ายที่อยู่ ซึ่งอาจทำให้
- สุขภาพทรุดเร็ว
- ภาวะซึมเศร้า
- สมองเสื่อมเร็วขึ้น
วิธีตัดสินใจง่าย ๆ สำหรับลูก
ให้ลองถาม 3 คำถามนี้
1. พ่อแม่ยังเดินเองได้ไหม
ได้ → ผู้ดูแลที่บ้าน
ไม่ได้ → ศูนย์ดูแลอาจเหมาะกว่า
2. ต้องดูแล 24 ชั่วโมงหรือไม่
ไม่ → ผู้ดูแลรายวัน
ใช่ → ศูนย์ดูแล
3. พ่อแม่รู้สึกอย่างไร
ความรู้สึกของพ่อแม่สำคัญที่สุด บางคนอยากอยู่บ้าน บางคนอยากมีเพื่อนในศูนย์ดูแล
แนวทางที่ดีที่สุด (Hybrid Model) ปัจจุบันหลายครอบครัวเลือกวิธีนี้
มีผู้ดูแลที่บ้านพา และพ่อแม่ไป Day Care Center สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
เพื่อให้พ่อแม่ได้เจอเพื่อนมีกิจกรรม ไม่เหงา
สิ่งสำคัญที่สุดที่ลูกควรรู้
ผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการแค่ “การดูแล”
แต่ต้องการความรู้สึกมีคุณค่า และการมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว
บทความที่เกี่ยวข้อง
วิธีเช็กสัญญาณกล้ามเนื้อลดลงในผู้สูงอายุ พร้อมสูตรดูแลและฟื้นฟูกล้ามเนื้อวัยเกษียณฟรี เสริมโปรตีนอย่างถูกต้อง เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง
วิธีวางแผนการเงินสุขภาพวัยเกษียณแบบเข้าใจง่าย ควรเริ่มจากการป้องกันไม่ให้สุขภาพทรุดเร็วจนเกิดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในอนาคต


