ถ้าพ่อแม่เริ่มดูแลตัวเองไม่ได้ ควรจ้างผู้ดูแล หรือส่งศูนย์ดูแลดี?
อัพเดทล่าสุด: 12 มี.ค. 2026
13 ผู้เข้าชม

ถ้าพ่อแม่เริ่มดูแลตัวเองไม่ได้ ควรจ้างผู้ดูแล หรือส่งศูนย์ดูแลดี?
เมื่อพ่อแม่เริ่มมีอายุที่เยอะขึ้น หลายครอบครัวจะเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่าง
ควรจ้างผู้ดูแลที่บ้าน หรือส่งไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home / Day Care)?
จริง ๆ แล้วทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน
ทางเลือกที่ 1 : จ้างผู้ดูแล (Caregiver) ที่บ้าน
เหมาะกับผู้สูงอายุที่
✔ พ่อแม่อยู่ในบ้านที่คุ้นเคย
✔ ลดความเครียดจากการเปลี่ยนสถานที่
✔ ครอบครัวสามารถแวะมาหาได้ง่าย
✔ เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยัง Active
ข้อจำกัด
✖ ค่าใช้จ่ายระยะยาวค่อนข้างสูง
✖ ต้องคัดเลือกผู้ดูแลให้เหมาะสม
✖ หากมีภาวะโรครุนแรง ผู้ดูแลทั่วไปอาจไม่พอ
โดยทั่วไปผู้ดูแลจะช่วยเรื่อง
ทางเลือกที่ 2 : ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Senior Care / Nursing Home)
เหมาะกับผู้สูงอายุที่
✔ มีพยาบาลดูแล
✔ มีอุปกรณ์ทางการแพทย์
✔ มีการทำกายภาพบำบัด
✔ มีกิจกรรมร่วมกับผู้สูงอายุคนอื่น
ข้อจำกัด
✖ พ่อแม่บางคนรู้สึกเหมือนถูกส่งไปอยู่ที่อื่น
✖ ต้องปรับตัวกับสถานที่ใหม่
✖ ครอบครัวต้องเลือกศูนย์ที่มีมาตรฐานจริง
ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุแนะนำว่า ช่วงแรกควรเริ่มจากการดูแลที่บ้านก่อน เพราะผู้สูงอายุจำนวนมากมีภาวะที่เรียกว่า Relocation Stress Syndrome คือความเครียดจากการย้ายที่อยู่ ซึ่งอาจทำให้
วิธีตัดสินใจง่าย ๆ สำหรับลูก
ให้ลองถาม 3 คำถามนี้
1. พ่อแม่ยังเดินเองได้ไหม
ได้ → ผู้ดูแลที่บ้าน
ไม่ได้ → ศูนย์ดูแลอาจเหมาะกว่า
2. ต้องดูแล 24 ชั่วโมงหรือไม่
ไม่ → ผู้ดูแลรายวัน
ใช่ → ศูนย์ดูแล
3. พ่อแม่รู้สึกอย่างไร
ความรู้สึกของพ่อแม่สำคัญที่สุด บางคนอยากอยู่บ้าน บางคนอยากมีเพื่อนในศูนย์ดูแล
แนวทางที่ดีที่สุด (Hybrid Model) ปัจจุบันหลายครอบครัวเลือกวิธีนี้
มีผู้ดูแลที่บ้านพา และพ่อแม่ไป Day Care Center สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
เพื่อให้พ่อแม่ได้เจอเพื่อนมีกิจกรรม ไม่เหงา
สิ่งสำคัญที่สุดที่ลูกควรรู้
ผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการแค่ “การดูแล”
แต่ต้องการความรู้สึกมีคุณค่า และการมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว
เมื่อพ่อแม่เริ่มมีอายุที่เยอะขึ้น หลายครอบครัวจะเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่าง
- เดินไม่ค่อยมั่นคง
- ลืมทานยา
- ทำอาหารเองไม่ไหว
- เหงา หรืออยู่บ้านคนเดียวบ่อย
ควรจ้างผู้ดูแลที่บ้าน หรือส่งไปศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home / Day Care)?
จริง ๆ แล้วทั้งสองแบบมีข้อดีต่างกัน
ทางเลือกที่ 1 : จ้างผู้ดูแล (Caregiver) ที่บ้าน
เหมาะกับผู้สูงอายุที่
- ยังเดินได้
- ยังช่วยเหลือตัวเองบางอย่างได้
- ยังอยากอยู่บ้านเดิม
✔ พ่อแม่อยู่ในบ้านที่คุ้นเคย
✔ ลดความเครียดจากการเปลี่ยนสถานที่
✔ ครอบครัวสามารถแวะมาหาได้ง่าย
✔ เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยัง Active
ข้อจำกัด
✖ ค่าใช้จ่ายระยะยาวค่อนข้างสูง
✖ ต้องคัดเลือกผู้ดูแลให้เหมาะสม
✖ หากมีภาวะโรครุนแรง ผู้ดูแลทั่วไปอาจไม่พอ
โดยทั่วไปผู้ดูแลจะช่วยเรื่อง
- อาบน้ำ
- เตรียมอาหาร
- เตือนทานยา
- พาเดินออกกำลังกาย
- อยู่เป็นเพื่อน
ทางเลือกที่ 2 : ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Senior Care / Nursing Home)
เหมาะกับผู้สูงอายุที่
- ต้องดูแล 24 ชั่วโมง
- มีโรคเรื้อรัง
- เสี่ยงล้ม
- ต้องการการดูแลทางการแพทย์
✔ มีพยาบาลดูแล
✔ มีอุปกรณ์ทางการแพทย์
✔ มีการทำกายภาพบำบัด
✔ มีกิจกรรมร่วมกับผู้สูงอายุคนอื่น
ข้อจำกัด
✖ พ่อแม่บางคนรู้สึกเหมือนถูกส่งไปอยู่ที่อื่น
✖ ต้องปรับตัวกับสถานที่ใหม่
✖ ครอบครัวต้องเลือกศูนย์ที่มีมาตรฐานจริง
ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุแนะนำว่า ช่วงแรกควรเริ่มจากการดูแลที่บ้านก่อน เพราะผู้สูงอายุจำนวนมากมีภาวะที่เรียกว่า Relocation Stress Syndrome คือความเครียดจากการย้ายที่อยู่ ซึ่งอาจทำให้
- สุขภาพทรุดเร็ว
- ภาวะซึมเศร้า
- สมองเสื่อมเร็วขึ้น
วิธีตัดสินใจง่าย ๆ สำหรับลูก
ให้ลองถาม 3 คำถามนี้
1. พ่อแม่ยังเดินเองได้ไหม
ได้ → ผู้ดูแลที่บ้าน
ไม่ได้ → ศูนย์ดูแลอาจเหมาะกว่า
2. ต้องดูแล 24 ชั่วโมงหรือไม่
ไม่ → ผู้ดูแลรายวัน
ใช่ → ศูนย์ดูแล
3. พ่อแม่รู้สึกอย่างไร
ความรู้สึกของพ่อแม่สำคัญที่สุด บางคนอยากอยู่บ้าน บางคนอยากมีเพื่อนในศูนย์ดูแล
แนวทางที่ดีที่สุด (Hybrid Model) ปัจจุบันหลายครอบครัวเลือกวิธีนี้
มีผู้ดูแลที่บ้านพา และพ่อแม่ไป Day Care Center สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
เพื่อให้พ่อแม่ได้เจอเพื่อนมีกิจกรรม ไม่เหงา
สิ่งสำคัญที่สุดที่ลูกควรรู้
ผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการแค่ “การดูแล”
แต่ต้องการความรู้สึกมีคุณค่า และการมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัว


